<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุขภาพผู้หญิงวัยทำงานและความงาม</title>
	<atom:link href="http://www.bormor.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bormor.com</link>
	<description>สุขภาพผู้หญิงวัยทำงาน ความงาม และแฟชั่น</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Apr 2009 09:02:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ข่าวบันเทิง</title>
		<link>http://www.bormor.com/?p=181</link>
		<comments>http://www.bormor.com/?p=181#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2009 08:44:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bormor.com/?p=181</guid>
		<description><![CDATA[“แพง”โต้“ฟลุค”ตบตี! ลั่นถ้ามาลงมือลงไม้ก็ไม่ทน [2 มี.ค. 52 - 00:04 จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ] ขณะที่ทางแฟนหนุ่ม ฟลุค-เกริกพล กำลังจับคู่ฟัดอยู่กับ ชัญญ่า ทามาดะ ไฮโซสาวรุ่นน้อง ด้านสาว แพง-ขวัญข้าว เศวตวิมล ก็งานเข้าเหมือนกัน เมื่อมีคนเห็นกำลังตบตีนัวเนียกับ ฟลุค ที่เจ อเวนิว ก่อนถูก ฟลุค ลากขึ้นรถไป เมื่อเจอตัว แพง เลยถามว่าจริงมั้ย? “เรื่องนี้ขำมาก มีคนเอาแมสเสจมาให้ดู ก็งงมากเลย เรายังหัวเราะกิ๊กกั๊กกันอยู่เลย ไม่เป็นจริงเลยค่ะ” แล้วแพงมีลงไม้ลงมือกับฟลุคมั้ย? “ไม่มี ไม่นิยมบู๊” ตั้งแต่รู้จักฟลุคมาเคยเห็นเค้าพูดแรงกับใครขนาดชัญญ่ามั้ย? “ไม่เคยค่ะ ก็ยังเตือนพี่เค้าเสมอว่าอย่าเคือง อโหสิกรรมกันไปดีกว่า แต่ว่าเค้าก็ บอกว่าเค้าต้องปกป้องตัวเองในสิ่งที่เค้าถูก เราเข้าใจทุกอย่าง เค้าต้องการแสดงความบริสุทธิ์ของตัวเค้า มันไม่ผิดค่ะ ไม่มีใครผิดไม่มี ใครถูก” มีคนมองว่าฟลุคเตี๊ยมให้มาตอบ? “ไม่มีใครบังคับแพงได้ แพงทำด้วยสิ่งที่แพงคิดว่ามันเป็นความจริง” ถ้าฟลุคทำร้ายร่างกายแพงจะทนได้มั้ย? “เอ่อ สิ่งสำคัญที่สุดคงอยู่ด้วยไม่ได้ ถ้าผู้ชายทำร้ายร่างกายคงรับไม่ได้ค่ะ” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“แพง”โต้“ฟลุค”ตบตี! ลั่นถ้ามาลงมือลงไม้ก็ไม่ทน [2 มี.ค. 52 - 00:04 จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ]<br />
<img src="/images/Entertainment1.jpg" alt="ข่าวบันเทิง" class="alignleft" /><br />
ขณะที่ทางแฟนหนุ่ม ฟลุค-เกริกพล กำลังจับคู่ฟัดอยู่กับ ชัญญ่า ทามาดะ ไฮโซสาวรุ่นน้อง ด้านสาว แพง-ขวัญข้าว เศวตวิมล ก็งานเข้าเหมือนกัน เมื่อมีคนเห็นกำลังตบตีนัวเนียกับ ฟลุค ที่เจ อเวนิว ก่อนถูก ฟลุค ลากขึ้นรถไป เมื่อเจอตัว แพง เลยถามว่าจริงมั้ย? “เรื่องนี้ขำมาก มีคนเอาแมสเสจมาให้ดู ก็งงมากเลย เรายังหัวเราะกิ๊กกั๊กกันอยู่เลย ไม่เป็นจริงเลยค่ะ” แล้วแพงมีลงไม้ลงมือกับฟลุคมั้ย? “ไม่มี ไม่นิยมบู๊” ตั้งแต่รู้จักฟลุคมาเคยเห็นเค้าพูดแรงกับใครขนาดชัญญ่ามั้ย? “ไม่เคยค่ะ ก็ยังเตือนพี่เค้าเสมอว่าอย่าเคือง อโหสิกรรมกันไปดีกว่า แต่ว่าเค้าก็ บอกว่าเค้าต้องปกป้องตัวเองในสิ่งที่เค้าถูก เราเข้าใจทุกอย่าง เค้าต้องการแสดงความบริสุทธิ์ของตัวเค้า มันไม่ผิดค่ะ ไม่มีใครผิดไม่มี ใครถูก” มีคนมองว่าฟลุคเตี๊ยมให้มาตอบ? “ไม่มีใครบังคับแพงได้ แพงทำด้วยสิ่งที่แพงคิดว่ามันเป็นความจริง”<br />
<img src="/images/Entertainment2.jpg" alt="ข่าวบันเทิง" class="alignleft" /><br />
 ถ้าฟลุคทำร้ายร่างกายแพงจะทนได้มั้ย? “เอ่อ สิ่งสำคัญที่สุดคงอยู่ด้วยไม่ได้ ถ้าผู้ชายทำร้ายร่างกายคงรับไม่ได้ค่ะ” ตั้งแต่คบกันมาไม่เคยมีขึ้นเสียงกันหรือลงไม้ลงมือ? “มันก็มีทะเลาะกันเป็นเรื่องปกตินะคะ คนเราคบกันมันก็ต้องมีเถียงกัน เพราะว่าต่างคนต่างความคิด  แต่ประเด็นที่เราเจอมันรุนแรงมาก  จนต้องมานั่งคุยกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ในงานสุพรรณหงส์ ฟลุคบอกว่ารักแพงรู้สึกยังไงบ้าง? “ก็เค้าพูดจากตัวเค้าน่ะค่ะ เขินนะ ก็ดีกว่ามีคนเกลียดค่ะ” แสดงว่าความสัมพันธ์ชัดเจนขึ้นแล้ว? “เป็นผู้หญิงพูดอะไรมากไม่ดีค่ะ จะมาพูดว่าเค้าจีบไม่จีบมันไม่ดีค่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความรัก เป็นเรื่องของคน 2 คน แพงว่าเราไม่ควรทึกทักเอาเอง” ต่อไปยังจะปล่อยฟลุคไปทานข้าวกับหญิงอื่นมั้ย?  “แหม  ก็มีคนช่วยดูเยอะเลยเนอะ เค้าก็รู้แหละค่ะว่าควรทำตัวยังไง” ทำให้ระแวงมากขึ้นมั้ย? “แพงไม่เคยคบใครด้วยความระแวงค่ะ แต่เรามองด้วยเหตุผลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ไม่ต้องให้ใครมาบอก ถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องคบ ทนทำไม ใช่มั้ยคะ เราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเอง” จากเหตุการณ์นี้แพงจะมั่นใจในตัวฟลุคมากขึ้นมั้ย? “ชีวิตคือความไม่แน่นอน ถ้าแพงสบายใจจะอยู่ตรงไหน แพงก็จะอยู่ตรงนั้น”.</p>
<h2>วันที่ 2 มีนาคม 2552 เวลา 00:02 น.จาก เดลินิว </h2>
<h2>&#8216;วี&#8217; ยินดี &#8216;นก&#8217; พบรักใหม่ รับภาพหลุดกับสาวดูแรง</h2>
<p><img src="/images/Entertainment3.jpg" alt="ข่าวบันเทิง วี" class="alignleft" /><br />
<img src="/images/Entertainment4.jpg" alt="ข่าวบันเทิง นก" class="alignleft" />ต้องบอกว่าคาสโนวาตัวพ่อจริง สำหรับ “วีรภาพ สุภาพไพบูลย์” หลังจากที่เลิกรากับ “นก-อุษณีย์” ก็หันไปคบกับ “รัน-ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ” แต่สุดท้ายก็ต้องโบกมือลากันไป หลังจากที่มีภาพหลุดควงสาวปริศนาคนใหม่ไปดูคอนเสิรต์ “ดี๋-นิติพงษ์ ห่อนาค” และเมื่อวันก่อนเราได้เจอเจ้าตัวที่ไปร่วมงานเปิดร้านของเพื่อนดารานักแสดงย่าน ทองหล่อ ซอย 10 ผู้สื่อข่าวจึงไม่รอช้าคว้าตัวพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว</p>
<p>“ เขาก็เป็นน้อง ผมก็สนิททุกคนที่เป็นมิตร” ภาพกอดกันด้วย “ ก็กอดทุกคนที่เป็นเพื่อน เราสนิทกันในระดับหนึ่ง ดูจากภาพแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่สมควร ไม่เหมาะสมกับน้องเขาก็ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้ แต่ผมเองเห็นข่าวก็ตกใจ รู้สึกว่ามันไม่สมควรทั้งๆที่เจตนามันไม่ใช่ ภาพที่ออกไปมันค่อนข้างรุนแรง รู้สึกเสียใจเหมือนกัน ขอกราบขอโทษแฟนละครและผู้ใหญ่”</p>
<p>เรียกว่าจีบน้องเขาหรือเปล่า “ถ้าเกิดว่างก็เจอกันบ้าง ผมก็เป็นคนมีสามัญสำนึกเหมือนกัน ช่วงนี้เป็นช่วงเป๋ของชีวิตพอดี ตอนนี้เลยรู้สึกว่าอยากอยู่นิ่งๆ ตอนนี้กลายเป็นวีรภาพเกย์คิงไปแล้วเพราะอยู่แต่กับเพื่อนผู้ชาย” เพราะภาพที่นี้หรือเปล่าทำให้ห่างกับรัน “ มันไม่เกี่ยว กับรันก็เป็นน้องและตอนนี้ไม่ได้คุยกันเลย ถ้าเจอก็คุยกันเพราะผมไม่ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่ยังคุยกันได้” ตอนนี้กลายเป็นคาสโนวาอีกครั้ง “ ทุกคนก็เป็นเพื่อนจะให้ผมทำยังไงดี แต่ไปนี้ผมไม่กล้าคุยกับผู้หญิงแล้ว กลัวมากๆ ส่วนกับนกที่เขาเปิดตัวกับวินนี่ ก็ยินดีด้วย อะไรที่นกมีความสุข ผมก็ยินดี บอกได้แค่นี้ว่ายินดีด้วยครับ” </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bormor.com/?feed=rss2&amp;p=181</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาระน่ารู้ และ เคล็ดลับต่าง ๆ</title>
		<link>http://www.bormor.com/?p=167</link>
		<comments>http://www.bormor.com/?p=167#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Feb 2009 09:10:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bormor.com/?p=167</guid>
		<description><![CDATA[ปากเหม็นหลังกินต้นหอมหรือหัวหอม วิธีนี้ช่วยได้แน่นอน คือ ดื่มน้ำผสมมะนาว กลิ่นคาวหลังจากกินปู หรืออาหารทะเล วิธีที่ช่วยลดกลิ่นคาวได้ก็คือ ล้างมือและเช็ดปากด้วย น้ำเปล่า ผสม น้ำมะนาว หรือ มะกรูด แล้วหั่นมะนาวหรือ มะกรูดใส่ผสมลงไปด้วยคะ เส้นใยอาหาร เส้นใยอาหารเป็นส่วนประกอบของอาหารที่มาจากพืชซึ่งใยอาหารนั้นจะไม่ถูกย่อยแต่ว่าจะถูกดูดซึมในลำไส้เล็กของเราแทน ใยอาหารนั้นแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ คือ - ใยอาหารที่สามารถละลายน้ำได้ ใยอาหารแบบนี้จะถูกจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ย่อยได้ พบมากใน ผลไม้ ข้าวโอ๊ต บาร์เลย์ - ใยอาหารที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ ใยอาหารพวกนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ พบในผักผลไม้ ธัญพืช ข้าวสาลี ประโยชน์ของใยอาหารก็อย่างเราทราบ ๆ กันดีว่า สามารถช่วยในเรื่องของระบบการย่อย การขับถ่าย เพราะฉะนั้นเราก็ลองหา ผักผลไม้ ธัญพืช หรือถั่วมารับประทานในแต่ละวันนะคะ วันหนึ่งไม่ต้องทานทั้งหมดก็ได้ เลือกทานอย่างใดอย่างหนึ่งให้เพียงพอก็พอแล้วค่ะ เคล็ดลับในการทำความสะอาดเล็บมือ เปลือกมะนาวที่ใช้แล้ว อย่าพึ่งทิ้งนะคะ นำเปลือกมะนาวมาล้างเล็บจะทำให้เล็บเราดูสะอาดขึ้นและหอมขึ้นด้วยคะ กำจัดกลิ่นคาวปลา และ กลิ่นปลาล้าภายในบ้าน ถ้าหากว่าเราทำอาหารแล้วมีกลิ่นคาวของปลาอยู่ภายในบ้าน ทำอย่างไรก็ไม่หายเหม็นสักที หรือว่า อยากกินส้มตำปลาล้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="/images/mouth1.jpg" alt="ความสะอาดช่องปาก" class="alignleft" /><br />
<h2>ปากเหม็นหลังกินต้นหอมหรือหัวหอม</h2>
<p>วิธีนี้ช่วยได้แน่นอน คือ ดื่มน้ำผสมมะนาว</p>
<h2>กลิ่นคาวหลังจากกินปู หรืออาหารทะเล</h2>
<p>วิธีที่ช่วยลดกลิ่นคาวได้ก็คือ ล้างมือและเช็ดปากด้วย น้ำเปล่า ผสม น้ำมะนาว หรือ มะกรูด แล้วหั่นมะนาวหรือ มะกรูดใส่ผสมลงไปด้วยคะ<br />
<img src="/images/fibre1.jpg" alt="เส้นใยอาหาร" class="alignleft" /></p>
<h2>เส้นใยอาหาร</h2>
<p>เส้นใยอาหารเป็นส่วนประกอบของอาหารที่มาจากพืชซึ่งใยอาหารนั้นจะไม่ถูกย่อยแต่ว่าจะถูกดูดซึมในลำไส้เล็กของเราแทน<br />
ใยอาหารนั้นแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ คือ</p>
<p>- ใยอาหารที่สามารถละลายน้ำได้ ใยอาหารแบบนี้จะถูกจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ย่อยได้ พบมากใน ผลไม้ ข้าวโอ๊ต บาร์เลย์</p>
<p>- ใยอาหารที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ ใยอาหารพวกนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ พบในผักผลไม้ ธัญพืช ข้าวสาลี<br />
ประโยชน์ของใยอาหารก็อย่างเราทราบ ๆ กันดีว่า สามารถช่วยในเรื่องของระบบการย่อย การขับถ่าย</p>
<p>เพราะฉะนั้นเราก็ลองหา ผักผลไม้ ธัญพืช หรือถั่วมารับประทานในแต่ละวันนะคะ วันหนึ่งไม่ต้องทานทั้งหมดก็ได้ เลือกทานอย่างใดอย่างหนึ่งให้เพียงพอก็พอแล้วค่ะ </p>
<p><img src="/images/lime1.jpg" alt="เคล็ดลับในการทำความสะอาดเล็บมือ" class="alignleft" /><br />
<h2>เคล็ดลับในการทำความสะอาดเล็บมือ</h2>
<p>เปลือกมะนาวที่ใช้แล้ว อย่าพึ่งทิ้งนะคะ นำเปลือกมะนาวมาล้างเล็บจะทำให้เล็บเราดูสะอาดขึ้นและหอมขึ้นด้วยคะ</p>
<p><img src="/images/fish1.jpg" alt="กำจัดกลิ่นคาวปลา" class="alignleft" /><br />
<h2>กำจัดกลิ่นคาวปลา และ กลิ่นปลาล้าภายในบ้าน</h2>
<p>ถ้าหากว่าเราทำอาหารแล้วมีกลิ่นคาวของปลาอยู่ภายในบ้าน ทำอย่างไรก็ไม่หายเหม็นสักที หรือว่า อยากกินส้มตำปลาล้า แล้วกลิ่นตะลบอบอ้วนภายในบ้าน วิธี ดี ที่ทำให้กลิ่นเหล่านี้หายไปคือ ต้มน้ำส้มสายชูแล้วปล่อยให้เดือดสักพัก หรือไม่ก็ใส่ถ้วย แล้ววางไว้ในครัว ตอนหัวค่ำ พอตื่นเช้าเข้ามาดู กลิ่นคาวปลา หรือกลิ่นปลาล้าก็จะหายไป</p>
<p><img src="/images/garlic1.jpg" alt="กำจัดกลิ่นกระเทียมติดปากหรือมือ" class="alignleft" /><br />
<h2>กำจัดกลิ่นกระเทียม</h2>
<p>อาหารไทย ๆ แบบบ้านเรา กินอย่างไรก็คงจะหนีไม่พ้นกระเทียมแน่นอน และอีกอย่าง บางท่านก็ชอบกระเทียมเสียด้วยสิ แต่ถ้าหลังจากอาหารเที่ยงแล้ว จะต้องเข้าประชุมกับเจ้านายเสียด้วย เรามีเคล็ดลับ ดี ในการดับกลิ่นกระเทียมติดมือ หรือติดปาก โดยการเคี้ยว มะนาวทั้งเปลือกให้ทั่วปากสัก 1-2 นาที เพราะน้ำมันในเปลือกมะนาวจะช่วยลดกลิ่นกระเทียมได้คะ</p>
<h2>ดูแลผมด้วยส้ำส้มสายชู</h2>
<p><img src="/images/hair1.jpg" alt="ดูแลผมด้วยน้ำส้มสายชู" class="alignleft" /><br />
ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำอุ่น ในปริมาณที่เหมาะ แล้วนำมาชะโลมผม แล้วทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นก็ทำการสระผม เหมือนที่คุณทำโดยปกติ เท่านี้คุณก็จะได้ ผมที่ดูเงางามยิ่งขึ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bormor.com/?feed=rss2&amp;p=167</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บอกรักแบบไหน ที่โดนใจคุณ</title>
		<link>http://www.bormor.com/?p=133</link>
		<comments>http://www.bormor.com/?p=133#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Jan 2009 09:28:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bormor.com/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[ช่วยๆ กันโพสต์เข้ามาหน่อยคะ อยากรู้จังว่าเพื่อนๆ จะบอกรักกับ คนที่เรารักยังไง&#8230; จะเป็นกลอน หรือประโยคสั้นๆ ก็ได้ แต่ขอโดนใจคนฟังก็แล้วกันนะคะ หรือจะบอกรักคนทำเว็บก็ได้นะคะ ความเป็นมาวัน วาเลนไทน์ ตำนานวันแห่งความรัก 14 ก.พ. เริ่มขึ้นเมื่อ ค.ศ.270 ชาวคริสเตียนผู้หนึ่งนามว่า “วาเลนไทน์” ถูกคุมขังเพราะไม่ยอมนับถือเทพเจ้าตามจักรพรรดิแห่งอาณาจักรโรมัน โดยวาเลนไทน์ได้นำอาหารไปวางบนประตูบ้านคนยากจน พร้อมกับเปิดตัวว่าเป็นคริสเตียน ช่วงที่วาเลนไทน์ถูกคุมขังในเรือนจำก็ได้หลงรักลูกสาวของผู้คุมที่ตาบอด วาเลนไทน์ได้อธิษฐานทูลขออำนาจจากพระเจ้าให้รักษาตาของเธอจนหายเป็นปกติ ทำให้ครอบครัวผู้คุมประกาศตนเป็นคริสเตียน เมื่อจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 แห่งโรมทรงทราบ จึงโกรธมากและสั่งให้นำตัวเซนต์ วาเลนไทน์ไปโบยตีและตัดศีรษะ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ในค่ำคืนก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วาเลนไทน์ได้ส่งบทกวีแห่งความรักไปให้หญิงสาวในดวงใจ และลงท้ายด้วยถ้อยคำพรรณนานี้ว่า “FROM YOUR VALENTINE” ต่อมาในสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ทรงรับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถัดจากวันที่เซนต์วาเลนไทน์ถูกประหาร 1 วัน ซึ่งถือเป็นวันพิธี “ลูเพอร์กาเลีย” ซึ่งเป็นพิธีทางศาสนาของโรมันที่เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวเลือกคู่กัน จึงให้รวมทั้งสองวันเอาไว้ด้วยกัน เรียกว่า “วันวาเลนไทน์” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> <img src="/images/heart1.jpg" alt="บอกรัก" class="alignleft" /><br />
ช่วยๆ กันโพสต์เข้ามาหน่อยคะ อยากรู้จังว่าเพื่อนๆ จะบอกรักกับ คนที่เรารักยังไง&#8230;<br />
จะเป็นกลอน หรือประโยคสั้นๆ ก็ได้ แต่ขอโดนใจคนฟังก็แล้วกันนะคะ<br />
หรือจะบอกรักคนทำเว็บก็ได้นะคะ<img src="/images/heart2.jpg" alt="บอกรัก" class="alignleft" /><img src="/images/heart3.jpg" alt="บอกรัก" class="alignleft" /></p>
<h2>ความเป็นมาวัน วาเลนไทน์</h2>
<p>ตำนานวันแห่งความรัก 14 ก.พ. เริ่มขึ้นเมื่อ ค.ศ.270 ชาวคริสเตียนผู้หนึ่งนามว่า “วาเลนไทน์” ถูกคุมขังเพราะไม่ยอมนับถือเทพเจ้าตามจักรพรรดิแห่งอาณาจักรโรมัน โดยวาเลนไทน์ได้นำอาหารไปวางบนประตูบ้านคนยากจน พร้อมกับเปิดตัวว่าเป็นคริสเตียน</p>
<p>ช่วงที่วาเลนไทน์ถูกคุมขังในเรือนจำก็ได้หลงรักลูกสาวของผู้คุมที่ตาบอด วาเลนไทน์ได้อธิษฐานทูลขออำนาจจากพระเจ้าให้รักษาตาของเธอจนหายเป็นปกติ ทำให้ครอบครัวผู้คุมประกาศตนเป็นคริสเตียน เมื่อจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 แห่งโรมทรงทราบ จึงโกรธมากและสั่งให้นำตัวเซนต์ วาเลนไทน์ไปโบยตีและตัดศีรษะ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์</p>
<p>ในค่ำคืนก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วาเลนไทน์ได้ส่งบทกวีแห่งความรักไปให้หญิงสาวในดวงใจ และลงท้ายด้วยถ้อยคำพรรณนานี้ว่า “FROM YOUR VALENTINE”</p>
<p>ต่อมาในสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ทรงรับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถัดจากวันที่เซนต์วาเลนไทน์ถูกประหาร 1 วัน ซึ่งถือเป็นวันพิธี “ลูเพอร์กาเลีย” ซึ่งเป็นพิธีทางศาสนาของโรมันที่เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวเลือกคู่กัน จึงให้รวมทั้งสองวันเอาไว้ด้วยกัน เรียกว่า “วันวาเลนไทน์” นับแต่นั้นมา เพื่อระลึกถึงนักบุญวาเลนไทน์ ที่มีความรักและศรัทธาต่อศาสนาที่ตนนับถือ</p>
<p>ตำนานวาเลนไทน์จึงเริ่มต้นตั้งแต่นั้นมา เชื่อกันว่าในวันวาเลนไทน์ มวลหมู่นกจะพากันจับคู่ บรรดาหนุ่มสาว จะเปิดเผยความในใจซึ่งกันและกัน และแลกเปลี่ยนของที่ระลึกสื่อความรัก ในยามค่ำคืนแห่งการฉลองเทศกาล โดยช่วงสมัยพระนางเจ้าวิกตอเรีย สาวๆมักนิยมสวมสร้อยข้อมือ ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายแห่งความโชคดีในความรัก โดยเฉพาะถ้าสร้อยข้อมือเหล่านี้ทำเป็นรูป หมู ตะเกียง เกือกม้า และหัวใจ ตราบจนทุกวันนี้ เครื่องรางรูปหัวใจก็ยังเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ</p>
<p>การให้ของขวัญวันวาเลนไทน์ ก็พัฒนามาเรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่จะยืนด้วยรูปหัวใจ หรือดอกกุหลาบ ช็อกโกแลตที่สื่อถึงความหวานทั้งสิ้น<br />
สาระจากดี ๆ จาก yenta4.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bormor.com/?feed=rss2&amp;p=133</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาระน่ารู้และข้อควารระวังสำหรับผู้หญิง</title>
		<link>http://www.bormor.com/?p=93</link>
		<comments>http://www.bormor.com/?p=93#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Jan 2009 09:27:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bormor.com/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[มาตรวจภายใหนกันเถอะ พอถึงเรื่งอตรวจภายใหนทำให้ผู้หญิงหลายท่านเกิดความอาย หรือไม่กล้า แต่จริง ๆ แล้วการตรวจภายในเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับผู้หญิง เพราะมะเร็งเป็นโรคที่น่ากลัวมากสำหรับผู้หญิง ผู้หญิงต้องทำการตรวจอยู่สองอย่างเป็นหลัก คือ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม เราจะทำการตรวจถื่แค่ใหน อันนี้เป็นคำแนะนำ แต่ถ้าให้ดีก็ควรถามคุณหมอประจำตัวของท่านนะคะ อายุ และความถี่ของการตรวจ 21 &#8211; 29 ให้ตรวจปีละครั้ง 30 &#8211; 69 ให้ตรวจทุก 2-3ปีหากการตรวจ 3 ครั้งหลังให้ผลปกติ 70 และมากกว่า ให้หยุดตรวจเมื่อการตรวจ 3 ครั้งหลังและ 10 ปีที่ผ่านมาผลการตรวจปกติ วิธีสังเกตผู้ชายโกหก จับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย : เช่น จับจมูก จับหู ถูคอ เจออาการแบบนี้ เตรียมตัวตั้งได้รับเลย กลอกตาไปมา : กำลังใช้ความคิดอย่างหนักเลย ว่าจะทำยังไงดี ชะงักก่อนตอบ : คนที่พูดความจริงจะไม่ชะงัก เพราะไม่ต้องคิดอะไร ตอบออกไปได้เลย โวยวายใส่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>มาตรวจภายใหนกันเถอะ</h2>
<p>พอถึงเรื่งอตรวจภายใหนทำให้ผู้หญิงหลายท่านเกิดความอาย หรือไม่กล้า แต่จริง ๆ แล้วการตรวจภายในเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับผู้หญิง เพราะมะเร็งเป็นโรคที่น่ากลัวมากสำหรับผู้หญิง ผู้หญิงต้องทำการตรวจอยู่สองอย่างเป็นหลัก คือ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม เราจะทำการตรวจถื่แค่ใหน อันนี้เป็นคำแนะนำ แต่ถ้าให้ดีก็ควรถามคุณหมอประจำตัวของท่านนะคะ<br />
อายุ และความถี่ของการตรวจ<br />
21 &#8211; 29 ให้ตรวจปีละครั้ง<br />
30 &#8211; 69 ให้ตรวจทุก 2-3ปีหากการตรวจ 3 ครั้งหลังให้ผลปกติ<br />
70 และมากกว่า ให้หยุดตรวจเมื่อการตรวจ 3 ครั้งหลังและ 10 ปีที่ผ่านมาผลการตรวจปกติ</p>
<h2>วิธีสังเกตผู้ชายโกหก</h2>
<ul>
<li>จับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย : เช่น จับจมูก จับหู ถูคอ เจออาการแบบนี้ เตรียมตัวตั้งได้รับเลย
</li>
<li> กลอกตาไปมา : กำลังใช้ความคิดอย่างหนักเลย ว่าจะทำยังไงดี
</li>
<li>ชะงักก่อนตอบ : คนที่พูดความจริงจะไม่ชะงัก เพราะไม่ต้องคิดอะไร ตอบออกไปได้เลย
</li>
<li>โวยวายใส่ : กำลังถาม ๆ อยู่ ทำไมถึงโวยวายใส่นะ ก็เพราะเขากลบเกลื่อนความผิดอยู่ โวยวายใส่จะได้เลิกถาม</li>
<li>กระพริบตาบ่อย ๆ : คนโกหกจะกระพริบตาบ่อย เพราะปกปิดความจริงที่จะออกมาทางแววตา</li>
<li>ไม่กล้าโชว์มือ : เวลาคนเครียด สังเกตดี ๆ คนโกหกมือจะไม่อยู่นิ่ง จับนั่นจับนี่ตลอดเวลา</li>
</ul>
<p>รู้อย่างนี้แล้ว ลองนำไปสังเกตคนรักดูได้ เพราะอาจจะจับโกหกได้.</p>
<p>ข้อมูลดี ๆ จาก  snook.com</p>
<h2>ถึงสาว ๆ รับมือวันแดงเดือน</h2>
<p><img src="/images/menstruation.jpg" alt="ปวดประจำเดือน" class="alignleft" /><br />
เมื่อใกล้มีประจำเดือน ผู้หญิง 80% ทั่วไป จะมีอาการของรอบเดือน มักเกิดความไม่สบายทางร่างกายและจิตใจ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอาการป่วยชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้หลายคนต้องสูญเสียสัมพันธภาพกับคนรัก บางคนตัดสินใจด้านธุรกิจผิดพลาดไปในช่วงนี้<br />
 อาการไม่สบายขณะมีประจำเดือนจะพบได้หลากหลายมากกว่า 150 ชนิด สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่</p>
<ul>
<li>กลุ่มแรกเรียกว่าอาการเจ้าน้ำตา</li>
<p>จะมีอาการหดหู่ ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ ตัดสินใจอะไรยากขึ้น สับสนและหลงลืมบ่อยๆ นอนไม่พอ เหนื่อยง่าย รู้สึกเหมือนไม่ได้พักผ่อน ผู้ที่มีอาการแบบนี้ระหว่างมีประจำเดือนควรดูแลเรื่องอาหารการกินให้ดี บริโภคอาหารไขมัน ต่ำให้มาก เพราะเกลือและไขมันที่สูงจะไปเพิ่มระดับ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้เกิดอาการเช่นนี้ นอกจากนี้ควรหาเวลาพักเมื่อรู้สึกเหนื่อย ทำสมาธิหรือเล่นโยคะก็จะช่วยได้มาก แร่ธาตุที่จำเป็นช่วงนี้ คือสังกะสี ซึ่งจะช่วยลดอาการเศร้าหดหู่ได้</p>
<li>กลุ่มที่สองเรียกว่าอาการขี้โมโห</li>
<p>จะหมดความอดกลั้นจนระเบิดอารมณ์บ่อย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ปรวนแปรจนตามไม่ทัน วิตกกังวลกว่าปกติที่เคยเป็น หุนหัน และทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดบ่อยๆ วิธีแก้ไขอาการเหล่านี้คือบริโภคอาหารมื้อเล็กๆแต่บ่อยครั้งขึ้น อาการนี้เกิดขึ้นเพราะขาดน้ำตาลในเลือดทำให้หงุดหงิดง่าย การออกกำลังเช่นเดินหรือปั่นจักรยาน จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ควรบริโภควิตามิน บี 6ให้มาก และอย่าลืมบอกกล่าวคนใกล้ตัวด้วย เพื่อที่เขาจะได้พร้อมให้อภัยในเวลาที่คุณเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมา</p>
<li>อาการที่สามที่มักพบได้บ่อยๆ คือ อาการ ท้องอืด</li>
<p>รู้สึกว่าเต้านมบวม เนื้อเหลว มีหน้าท้องใหญ่ขึ้น น้ำหนักขึ้น มือเท้าบวมจน สังเกตได้ มีอาการบวมน้ำตามส่วนต่างๆของร่างกาย วิธี การรักษาคือต้องลดการบริโภคเกลือลง อาหารที่มีโปรตีน วิตามินบี 6 และไฟเบอร์สูงจะช่วยให้หน้าอกกระชับและตึงขึ้น หากมีอาการท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย ควรงดกาแฟและแอลกอฮอล์ก่อนมีรอบเดือน ไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์</p>
<li>อาการที่สี่คืออาการไม่มีแรง</li>
<p>โดยจะมี ปัญหาเกี่ยวกับผิวช่วงที่มีรอบเดือน เช่น สิว ฝ้า ปวดศีรษะและหลัง ไม่มีแรง ใจสั่น อารมณ์อ่อนไหวง่าย ร่างกายเจ็บปวดบ่อยโดยไม่มีสาเหตุ ขาดความกระตือรือร้นทางเพศ ควรงดอาหาร หวานจัด แอลกอฮอล์ บุหรี่ และสารกระตุ้นทุกชนิด บริโภควิตามินเอ เพื่อช่วยรักษาสภาพผิว</p>
<li>อาการสุดท้ายคืออาการ หิวบ่อย</li>
<p>จะมีลักษณะอยากทานอาหารหวานจัด เช่น เค้ก หรือช็อคโกแล็ต อาหารเค็ม เช่น พิซซ่า หรือพวกถั่วอบเกลือ และจะทานมากกว่าปกติ อาจมีอาการเวียนศีรษะบ่อย อาการนี้เกิดจากการที่สารเซโรโทนินลดลง อย่างรวดเร็วในช่วงก่อนมีรอบเดือน ทำให้ต้องการคาร์โบไฮเดรตมากกว่าปกติ เพื่อให้ร่างกายใช้ของหวานไปเพิ่มสารนี้ ควรควบคุมโภชนาการให้ถูกต้อง
</ul>
<p>  ์ขอขอบคุณข้อมูลจาก  โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 	11 กุมภาพันธ์ 2552 16:34 น.<br />
       เภสัชกร ประวิทย์ ตันติสุวิทย์กุล<br />
       ที่ปรึกษาองค์การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสาธารณสุข</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bormor.com/?feed=rss2&amp;p=93</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หัวเราะวันละนิดช่วยชลอความแก่คะ</title>
		<link>http://www.bormor.com/?p=89</link>
		<comments>http://www.bormor.com/?p=89#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2009 10:10:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bormor.com/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มีประโยชน์จากการหัวเราะมาบอก - ความดันโลหิตลดลง - ฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียดลดลง ขณะเดียวกันการทำงานของฮอร์โมนต่าง ๆ ก็เป็นปกติ - กระตุ้นระบบภูมิชีวิต (Immune system) ทำให้ T-celll ซึ่งเป็นทหารประจำตัว คอยกำจัดเชื้อโรคเพิ่มจำนวนขึ้น รวมถึงแอนตี้บอดี้อื่น ๆ ในร่างกายด้วย - คลายความเจ็บปวด อารมณ์ขันทำให้ผู้ป่วยลืมความเจ็บปวด และยังกระตุ้นการสร้างเอ็นดอร์ฟินในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนระงับปวดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว - กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ขณะที่หัวเราะ กล้ามเนื้ออื่น ๆ ที่ไม่ได้สัมพันธ์กับการหัวเราะ จะผ่อนคลาย และเมื่อหยุดหัวเราะ กล้ามเนื้อที่สัมพันธ์กับการหัวเราะ ก็จะผ่อนคลาย เป็นการทำงานสองขั้นตอน - หายใจดีขึ้น การหัวเราะบ่อย ๆ ทำให้ปอดโล่ง หายใจได้ลึกขึ้นดีมาก ๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการหายใจ รู้อย่างนี้แล้ว หันมาผ่อนคลายจิตใจ หัวเราะให้บ่อยขึ้น แต่อย่ามากกว่าปกติ เดี๋ยวคนรอบข้างจะหาว่า&#8230;ไม่รู้ตัว. ความรู้ดี ๆ จาก sanook.com เป็นเรื่องที่ส่งต่อ ๆ มาทางเมลย์คะเห็นมันตลกดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2> วันนี้มีประโยชน์จากการหัวเราะมาบอก</h2>
<p>- ความดันโลหิตลดลง</p>
<p>- ฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียดลดลง ขณะเดียวกันการทำงานของฮอร์โมนต่าง ๆ ก็เป็นปกติ</p>
<p>- กระตุ้นระบบภูมิชีวิต (Immune system) ทำให้ T-celll ซึ่งเป็นทหารประจำตัว คอยกำจัดเชื้อโรคเพิ่มจำนวนขึ้น รวมถึงแอนตี้บอดี้อื่น ๆ ในร่างกายด้วย<br />
- คลายความเจ็บปวด อารมณ์ขันทำให้ผู้ป่วยลืมความเจ็บปวด และยังกระตุ้นการสร้างเอ็นดอร์ฟินในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนระงับปวดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว</p>
<p>- กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ขณะที่หัวเราะ กล้ามเนื้ออื่น ๆ ที่ไม่ได้สัมพันธ์กับการหัวเราะ จะผ่อนคลาย และเมื่อหยุดหัวเราะ กล้ามเนื้อที่สัมพันธ์กับการหัวเราะ ก็จะผ่อนคลาย เป็นการทำงานสองขั้นตอน<br />
- หายใจดีขึ้น การหัวเราะบ่อย ๆ ทำให้ปอดโล่ง หายใจได้ลึกขึ้นดีมาก ๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการหายใจ<br />
รู้อย่างนี้แล้ว หันมาผ่อนคลายจิตใจ หัวเราะให้บ่อยขึ้น แต่อย่ามากกว่าปกติ เดี๋ยวคนรอบข้างจะหาว่า&#8230;ไม่รู้ตัว.<br />
ความรู้ดี ๆ จาก sanook.com</p>
<h2>เป็นเรื่องที่ส่งต่อ ๆ มาทางเมลย์คะเห็นมันตลกดี เลยเอามาเล่าต่อกันฟัง คะ </h2>
<p>ผมกับแฟนคบกันมาได้ปีกว่าแล้ว และเราตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน …<br />
พ่อแม่ของผม คอยช่วยเหลือเราในทุก ๆ ทางเพื่อนๆก็ล้วนแต่ให้กำลังใจ<br />
ส่วนแฟนของผมน่ะเหรอ ? เธอเป็นความฝันของผมเลยล่ะ<br />
ในห้องขัง แต่มันมีอยู่อย่างนึง ที่รบกวนจิตใจผมเหลือเกิน<br />
ให้ตายเถอะ&#8230; สิ่งเดียวสิ่งนั้นก็คือ<br />
น้องสาวของแฟนผมนั่นเอง!!<br />
เธออายุ 21 ปี และชอบนุ่งมินิสเกิร์ตฟิตเปรี๊ยะตัวสั้นจู๋<br />
เวลาที่เธอเข้ามาใกล้ๆ ผม..<br />
เธอมักจะชอบก้มตัว ให้ผมได้แอบเห็นกางเกงในของเธอทุกที<br />
ผมรู้ว่าเธอจงใจ.. เพราะไม่เคยเห็นเธอทำอย่างนี้กับใครเลย<br />
มีอยู่วันนึง น้องสาวแฟนผม ก็โทรมาหาผม&#8230;<br />
และขอให้ผมไปช่วยเช็คการ์ดแต่งงานที่บ้าน<br />
พอผมไปถึง จึงได้รู้ว่า&#8230;. เธออยู่บ้านคนเดียว!!<br />
เธอกระซิบที่ข้างหูผม ว่า&#8230;<br />
อีกไม่นานผมก็จะแต่งงานกับพี่สาวของเธอแล้ว<br />
เธอเองมีความรู้สึกและความต้องการบางอย่างที่เธอเอาชนะมันไม่ได้<br />
และเธอไม่ต้องการจะเอาชนะความรู้สึกนั้นด้วย..<br />
เธอบอกว่าเธออยากจะมีอะไรกับผม!!!<br />
แค่ครั้งเดียวเท่านั้น..<br />
ก่อนที่ผมจะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับพี่สาวเธอ<br />
ผมช็อคไปเลย พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว<br />
เธอบอกว่า&#8230;<br />
เธอจะขึ้นไปรอข้างบนห้องนอน<br />
ถ้าผมอยากจะให้มันเป็นไปอย่างที่เธอว่าก็ให้ตามเธอขึ้นไป<br />
ผมนิ่งอึ้งไปหมด และมองเธอก้าวขึ้นบันได้ไป<br />
พอเธอขึ้นไปถึงขั้นบนสุด&#8230;.<br />
เธอก็ถอดกางเกงชั้นในออกแล้วโยนมันลงมาข้างหน้าผม!!<br />
ในวินาทีนั้นเอง ผมลุกขึ้นยืน&#8230;<br />
และรีบเปิดประตูบ้านออกไป เดินตรงไปที่รถทันที<br />
สิ่งที่ผมพบ คือ ว่าที่พ่อตาของผมกำลังยืนอยู่ข้างนอกบ้าน&#8230;.<br />
ดวงตาของเขาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา<br />
เขาเข้ามาสวมกอดผม และพูดว่า&#8230;.<br />
&#8221; พวกเราดีใจเหลือเกินที่คุณผ่านการทดสอบครั้งนี้มาได้<br />
เราคงหาคนที่ดีกว่านี้ให้ลูกสาวของเราไม่ได้อีกแล้ว ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา &#8221;<br />
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า&#8230;&#8230;..<br />
จงเก็บถุงยางไว้ในรถของท่านเสมอ!!</p>
<h2>ในห้องขัง   กับ   ที่ทำงาน</h2>
<table>
<tr>
<td><img src="/images/prison1.jpg" alt="ในห้องขัง" class="alignleft"/>ในห้องขังคุณใช้เวลาทั้งหมดในห้องขนาด 8&#8242;X10&#8242;</td>
<td><img src="/images/work1.gif" alt="ที่ทำงาน" class="alignleft"/>ในห้องขังคุณใช้เวลาทั้งหมดในห้องขนาด 8&#8242;X10&#8242;</td>
</tr>
<td><img src="/images/prison2.gif" alt="ในห้องขัง" class="alignleft"/>ในห้องขังคุณมีอาหารทานครบ  3  มื้อ   ( ฟรี   )</td>
<td><img src="/images/work2.gif" alt="ที่ทำงาน" class="alignleft"/>ที่ทำงานคุณมีแค่พักเที่ยง สำหรับอาหาร1</td>
</tr>
<tr>
<td><img src="/images/prison3.gif" alt="ในห้องขัง" class="alignleft"/>ในห้องขังคุณใช้เวลาเพื่อการพัฒนาตนเอง</td>
<td><img src="/images/work3.gif" alt="ที่ทำงาน" class="alignright"/>ที่ทำงานรางวัลสำหรับคนทำงานเก่ง คืองานที่เพิ่มขึ้นกับเวลาส่วนตัวที่ลดลง</td>
</tr>
<tr>
<td><img src="/images/prison4.gif" alt="ในห้องขัง" class="alignleft"/>ในห้องขัง มีเจ้าหน้าที่ เปิด-ปิด ประตูให้คุณ</td>
<td><img src="/images/work4.gif" alt="ที่ทำงาน" class="alignright"/>ที่ทำงานคุณต้องสวมบัตรพนักงานและเปิด-ปิด ประตูด้วยตัวเอง</td>
</tr>
<tr>
<td><img src="/images/prison5.gif" alt="ในห้องขัง" class="alignleft"/>ในห้องขังคุณมีหนังให้ดู มีเกมส์ให้เล่น</td>
<td><img src="/images/work5.gif" alt="ที่ทำงาน" class="alignright"/>ที่ทำงานถ้าถูกจับได้ว่าแอบดูหนัง หรือ เล่นเกมส์คุณถูก ไล่ออก!!</td>
</table>
<p>อืม มมม   ?<br />
ฟังดูก็ไม่เลวนะ<br />
แล้ว จะช้าอยู่ทำไม &#8230;รีบจัดการกับหัวหน้า &#8230;&#8230;ฮา ฮา ฮา </p>
<h2>ธาตุใหม่ที่เพิ่งค้นพบ ฮาแต่จริง</h2>
<p>ชื่อธาตุ  : WOMAN<br />
สูตรทางเคมี : Wo + Ma +N<br />
ผู้ค้นพบ : MAN<br />
มวลอะตอม : มาตรฐาน 50 Kg แต่อาจแปรเปลี่ยนได้ จาก 40 – 80 kg<br />
ลักษณะทั่วไป : คล้ายกันหมดหากอยู่ในเขตเมือง<br />
คุณสมบัติทางฟิสิกส์<br />
1 พื้นผิวส่วนใหญ่เคลือบด้วยสารหอมระเหย และน้ำมันบำรุงผิว<br />
2 เดือนที่อุณหภูมิต่าง ๆ เอาแน่ไม่ได้<br />
3 ถึงจุดเยือกแข็งทันทีทันใดโดยไม่รู้สาเหตุ และอาจอยู่ที่จุดเยือกแย็งได้เป็นอาทิตย์<br />
4 หลอมละลายหากได้รับการเอาอกเอาใจถูกวิธี<br />
5 มีรสเผ็ดและขมถ้าใช้ผิดวิธี<br />
6 แปรเปลี่ยนได้หลายสถานะตั้งแต่แข็งเป็นหินจนถึงอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ<br />
7 ไม่ทนต่อการเสียดสี กระแทก กระทั้น<br />
คุณสมบัติทางเคมี<br />
1 บัางมีฤทธิ์เป็นกรด บ้างหวานกว่าน้ำตาล บ้างเปรี้ยวกว่ามะนาว บ้างก็เปรี้ยวอมหวาน<br />
2 ทำปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วกับเพชร พลอย ทับทิม ทอง ดอกไม้ และสิ่งสวยงามทุกชนิด<br />
3 ดูดซึมข่าวสารรอบตัวได้มากมายมหาศาล และคายข้อมูลข่าวสารได้รอบทิศทาง<br />
4 อาจระเบิดได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผลและอาการเตือนล่วงหน้า<br />
5 มีคุณสมบัติละลายเงินในกระเป๋าเมื่อเดินผ่านห้างสรรพสินค้า<br />
6 เข้ากันเป็นเนื้อเดี่ยวกัลผลไม้รสเปรี้ยว ผัก สลัด และไม่เข้ากับไขมัน ทุกประเทภ<br />
ผลการทดลอด<br />
1 วัตถุตัวอย่างจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูเมื่อได้รับการสัมผัสอย่างถูกที่<br />
2 วัตถุตัวอย่างจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อมีวัตถุตัวอย่างที่สวยกว่าวางอยู่ใกล้<br />
3 วัตถุตัวอย่างจะส่งเสียงไม่หยุดเมื่ออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม<br />
ประโยชน์<br />
1 แบกโลกไว้ครึ่งหนึ่ง<br />
2 ดำรงเผ่าพันธ์มนุษย์<br />
3 ทำให้โลกสดใส<br />
4 สร้างความอ่อนโยนให้เกิดในสังคมมนุษย์<br />
5 สร้างความตึงเครียดให้เกิดในสังคมด้วย<br />
ข้อควรระวัง<br />
1 สัมผัสด้วยความประณิต และให้เกียรติ มิฉะนั้นอาจได้รับอันตราย<br />
2 ครอบครองได้เพียงชินเดียว ใครฝ่าฝืน จะเกิดอาการ สามเส้าดีซีส ทำให้ทุรนทุราย  (โปรดใช้วิจารณฐาณเป็นอย่างสูง ในการฝ่าฝืน เพราะ ไม่เพียงทุรนทุราย แต่อาจมีอันตรายถึงชีวิต)<br />
3 ระวังของปลอมซึ่งขณะนี้ได้ระบาดอยู่ทุกพื้นที่</p>
<p>ชื่อธาติ : MAN<br />
ลักษณะทั่วไป : มีความยาวโดยเฉลี่ย 170 ซ.ม แต่อาจแปรเปลี่ยนได้จาก 150 – 200  แล้วแต่ว่าพบในภาคใด และสวนใดของโลก<br />
คุณสมบัติทางพันธุศาสตร์<br />
1 เจริญเติบโตได้ดีในนิโคตินและแอลกออฮอล์<br />
2 นิยมความรุนแรง<br />
3 มีกลิ่นเหม็น ตามธรรมชาติ<br />
4 เฉาง่าย หากไม่ได้รับการเอาอกเอาใจ<br />
5 อยุ่ไม่เป็นที่ หาตัวยาก<br />
6 อาจเปลี่ยนไปได้หลายบุคลิก แล้วแต่สถานการณ์ (ในทางภาษาศาตร์เรียกว่า /// กะล่อน ////<br />
7 การตอบสนองช้า ทนต่อการเสียดสีได้ดี<br />
8 ความจำสั้น จดจำเรื่องในอดิตไม่ค่อยได้<br />
คุณสมบัติทางเคมี<br />
1 มีสารประกอบใช้ทำยาระบาย และยาเบื่อได้ดี<br />
2 ทำปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วกับสิ่งสวยงามที่ผ่านหน้า<br />
3 เปลี่ยนได้หลายสีตามแต่ถิ่นที่อยู่อาศัย<br />
4 คุณสมบัติเปลี่ยนรูปทรงได้เมื่อพบตระกูลใกล้เคียง<br />
การทดสอบ<br />
1 ตัดเนื้อเยื่อมาวิเคราะห์ พบว่าส่วนใบหน้ามีความหนามากว่าส่วนอื่น ๆ<br />
2 เมื่อสุ่มจากตัวอย่างทดลองเลี้ยงพบว่า ชอบเกาะยึดกันและกันมากกว่า จะเจริญเติบโตด้วยตัวเอง<br />
3 มีปฏิกิริยาหวาดกลัวต่อสิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่า // เมีย// แต่ถ้ามีพวกเดียวกันอาศัยอยุ่ในบริเวณใกล้เคยง จะแสดงอาการต่อสู้ไม่ยอมแพ้เมียทันที<br />
4 จะมีความสุขมาก เมื่อได้ส่งเสียงโอ้อวดสรรพคุณของตัวเอง<br />
5 กล้ามเนื้อหัวใจไม่แข็งแรง จะอ่อนตัวพ่ายแพ้ทันทีที่ประสาท ตาส่งสัญญาณภาพเพศตรงข้ามมาให้<br />
ประโยชน์<br />
1 สายพันธุ์ที่ดีหากนำมาไว้ในบ้าน เชื่อว่าจะทำให้ร่ำรวยเงินทอง แต่ไม่ค่อยพบใหนประเทศไทย<br />
2 เป็นเพื่อนเล่นยามเหงา<br />
3 เป็นยามเฝ้าบานที่ดี เอาไว้ป้องกันตัวก็ได้<br />
4 เป็นพาหนะใช้แบกขนสัมภาระได้ดีในยามช้อปปิ้ง<br />
ข้อควรระวัง<br />
1 ควรเลี้ยงด้วยความระมัดระวัง มิฉะนั้นอาจจะนอกลู่นอกทางได้<br />
2 ไม่ควรให้อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม เพราะจะยิ่งช่วยเร่งคุณสมบัติทางพันธุศาสตร์<br />
3 ในตัวทดลองที่อายุมาก พบว่า มักมีอวัยวะลักณะคลายงูยื่นออกมาจากศรีษะและจะฉกอย่างว่องไวเมื่อมีสิ่งสวยงามอายุน้อยเดินผ่านมา<br />
4 แพ้สารลลายบาง ชนิดได้แก่ คำพูดหวาน ๆ น้ำตา กิริยาออดอ้อนออเซาะ และสิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่า // พริตตี้///</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bormor.com/?feed=rss2&amp;p=89</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอาเทคนิคการออกกำลังกายมาฝากคะ</title>
		<link>http://www.bormor.com/?p=51</link>
		<comments>http://www.bormor.com/?p=51#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2009 12:03:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bormor.com/?p=51</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อต้องการให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จะต้องคิดเสมอว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตซึ่งจะขาดไม่ได้เหมือนการนอนหลับ ควรเลือกการออกกำลังกายที่เราชอบมากที่สุด และเราสามารถทำได้สะดวกที่สุดด้วย ควรให้ครอบครัวมีส่วนร่วมด้วยจะยิ่งดี ในช่วง 2 เดือนแรกคุณไม่ควรหยุดการออกกำลังกาย ทำให้จนร่างกายปรับได้ หรือจนเป็นนิสัย ควรบันทึกการออกกำลังกายของเราไว้เพื่อจะได้ดูการพัฒนาการของเรา หากเป็นไปได้ควรให้เพื่อนเข้าร่วมกลุ่มในการออกกำลังกายด้วย เพราะจะทำให้เรารู้สึกสนุกมากขึ้น ควรตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายแต่ไม่ควรสูงเกินไป และเมื่อเราทำบรรลุเป้าหมาย ควรให้รางวัลกับตัวเองด้วย เอาเทคนิคการวิ่งมาฝากคะ การวิ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่ส่งผลให้เกิดการรับออกซิเจนของร่างกายดีขึ้น เพราะทำให้หัวใจ หลอดเลือด ปอด กล้ามเนื้อ และอวัยวะอื่น ๆ แข็งแรงนอกจากนี้ยังช่วย ให้ผู้วิ่งคลายความตึงเครียดทางจิตใจ และมีอารมณ์แจ่มใส อุปกรณ์ในการวิ่ง เสื้อกางเกงที่สวมใส่ควรควรทำด้วยวัสดุที่ซับเหงือได้ดี ควรเป็นเสื้อแขนสั้น กางเกงไม่รัด แน่นที่รอบเอว เป้ากางเกงหลวม ร้องเท้าหุ้มส้นพอดีกับขนาดและรูปเท้า พื้นรองเท้าควรหนาและนุ่ม สถานที่วิ่ง ควรมีพื้นเรียบไม่เป็นหลุ่มเป็นบ่อ ไม่เอียงและชันมากเกินไป เวลาวิ่ง เลือกเวลาวิ่งที่สะดวกและสามารถทำได้เป็นประจำสม่ำเสมอได้ ควรหลีกเลี่ยงการวิ่งหลัง รับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ และการวิ่งที่อากาศร้อนจัด การวิ่งทำให้ร่างกายทุกส่วนได้ออกกำลังกาย ในระยะเริ่มต้นควรวิ่งเหยาะ ๆ ก่อน หากรู้สึกเหนื่อย มากควรเปลี่ยนเป็นเดิน เมื่อหายเหนื่อยแล้วจึงวิ่งต่อ เมื่อร่างกายแข็งแรงดีแล้วจึงเพิ่มการวิ่งให้มากขึ้น โดยเพิ่มระยะเวลา หรือระยะทางหรือความเร็วในการวิ่งทีละน้อย หลักของการวิ่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>เมื่อต้องการให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต</h2>
<ul>
<li>จะต้องคิดเสมอว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตซึ่งจะขาดไม่ได้เหมือนการนอนหลับ</li>
<li>ควรเลือกการออกกำลังกายที่เราชอบมากที่สุด และเราสามารถทำได้สะดวกที่สุดด้วย</li>
<li>ควรให้ครอบครัวมีส่วนร่วมด้วยจะยิ่งดี</li>
<li>ในช่วง 2 เดือนแรกคุณไม่ควรหยุดการออกกำลังกาย ทำให้จนร่างกายปรับได้ หรือจนเป็นนิสัย</li>
<li>ควรบันทึกการออกกำลังกายของเราไว้เพื่อจะได้ดูการพัฒนาการของเรา</li>
<li>หากเป็นไปได้ควรให้เพื่อนเข้าร่วมกลุ่มในการออกกำลังกายด้วย เพราะจะทำให้เรารู้สึกสนุกมากขึ้น</li>
<li>ควรตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายแต่ไม่ควรสูงเกินไป และเมื่อเราทำบรรลุเป้าหมาย ควรให้รางวัลกับตัวเองด้วย</li>
</ul>
<h2>เอาเทคนิคการวิ่งมาฝากคะ</h2>
<p><img src="/images/run1.jpg" alt="การวิ่ง" class="alignleft" />การวิ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่ส่งผลให้เกิดการรับออกซิเจนของร่างกายดีขึ้น<br />
เพราะทำให้หัวใจ หลอดเลือด ปอด กล้ามเนื้อ และอวัยวะอื่น ๆ แข็งแรงนอกจากนี้ยังช่วย<br />
ให้ผู้วิ่งคลายความตึงเครียดทางจิตใจ และมีอารมณ์แจ่มใส<br />
อุปกรณ์ในการวิ่ง   เสื้อกางเกงที่สวมใส่ควรควรทำด้วยวัสดุที่ซับเหงือได้ดี   ควรเป็นเสื้อแขนสั้น   กางเกงไม่รัด แน่นที่รอบเอว เป้ากางเกงหลวม   ร้องเท้าหุ้มส้นพอดีกับขนาดและรูปเท้า   พื้นรองเท้าควรหนาและนุ่ม<br />
สถานที่วิ่ง    ควรมีพื้นเรียบไม่เป็นหลุ่มเป็นบ่อ  ไม่เอียงและชันมากเกินไป<br />
เวลาวิ่ง  เลือกเวลาวิ่งที่สะดวกและสามารถทำได้เป็นประจำสม่ำเสมอได้ ควรหลีกเลี่ยงการวิ่งหลัง<br />
รับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ และการวิ่งที่อากาศร้อนจัด<br />
          การวิ่งทำให้ร่างกายทุกส่วนได้ออกกำลังกาย  ในระยะเริ่มต้นควรวิ่งเหยาะ ๆ ก่อน หากรู้สึกเหนื่อย<br />
มากควรเปลี่ยนเป็นเดิน เมื่อหายเหนื่อยแล้วจึงวิ่งต่อ เมื่อร่างกายแข็งแรงดีแล้วจึงเพิ่มการวิ่งให้มากขึ้น<br />
โดยเพิ่มระยะเวลา หรือระยะทางหรือความเร็วในการวิ่งทีละน้อย </p>
<h2>หลักของการวิ่ง</h2>
<ul>
<li>ใช้ท่าวิ่งที่เป็นธรรมชาติ ไม่เกร็ง เวลาลงเท้าใช้ส้นเท้าสัมผัสพื้นก่อนจึงวางเท้าเต็ม แล้วยกส้นเท้าขึ้น เข่าไม่ยกสูงมากและไม่เหยียดสุดลำตัว ศรีษะตั้งตรงข้อศอกงอเล็กน้อย และกำมือหลวม ๆ</li>
<li>ควรใช้ความเร็วที่รู้สึกเหนื่อยจนต้องหายใจแรง แต่ไม่ถึงกับบต้องหายใจทางปาก หรือมีอาการหอบ เมื่อวิ่ง 4 &#8211; 5 นาที ควรมีเหงื่อออก แล้ววิ่งต่อไปได้เกิน 10 นาที ควรวิ่งวันละครั้ง นานครั้งละ 20 &#8211; 60 นาที ใน 1 สัปดาห์ควรวิ่งให้ได้อย่างน้อย 3 วัน</li>
<li>ก่อนและหลังการวิ่งทุกครั้งควรอบอุ่นร่างกาย และผ่อนคลายร่างกายประมาณ 4-5 นาที โดยวิ่งเหยาะ ๆ ด้วยความเร็วที่น้อยกว่าที่ใช้วิ่งจริงและทำกายบริหารเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย</li>
</ul>
<h2>อาการที่แสดงว่าควรหยุดวิ่ง</h2>
<ul>
<li> เวียนศรีษะ คลื่นไส้ หรือหน้ามืดเป็นลม</li>
<li>รู้สึกคล้ายหายใจไม่ทัน</li>
<li>ใจสั่น แน่น เจ็บที่บริเวณหน้าอก</li>
<li>ลมออกหู หูตึงกว่าปกติ</li>
<li>การเคลื่อนไหวร่างกายควบคุมไม่ได</li>
</ul>
<p>          ถ้ามีอาการดังกล่าวขณะวิ่ง ควรชลอความเร็วในการวิ่งลง ถ้ายังมีอาการอยู่ให้เปลี่ยนเป็นเดิน<br />
หากไม่หายให้หยุดวิ่งหรือนอนราบจนกว่าอาการจะดีขึ้น การวิ่งในวันต่อไปควรลดความเร็วและระยะทางลง<br />
ถ้าเห็นว่าอาการยังไม่หายให้รีบปรึกษาแพทย์ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bormor.com/?feed=rss2&amp;p=51</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลดความอ้วนหลังคลอด</title>
		<link>http://www.bormor.com/?p=25</link>
		<comments>http://www.bormor.com/?p=25#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 13:32:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bormor.com/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องลดความอ้วนหลังคลอดเป็นเรื่องหนักสำหรับคุณแม่บางท่านนะคะ แต่ถ้าเรามองให้ดี และปฏิบัตรให้จริง มันก็เป็นเรื่องง่าย ใครมีวิธีการในการลดความอ้วนหลังคลอดที่ได้ผลบ้างคะ ช่วยกันแนะนำหน่อยคะ เผื่อว่า คุณแม่ท่านผู้อ่านท่านอื่น ๆ จะได้นำไปใช้ได้บ้าง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="/images/woman.jpg" alt="ลดความอ้วนหลังคลอด" class="alignleft" />เรื่องลดความอ้วนหลังคลอดเป็นเรื่องหนักสำหรับคุณแม่บางท่านนะคะ แต่ถ้าเรามองให้ดี และปฏิบัตรให้จริง มันก็เป็นเรื่องง่าย ใครมีวิธีการในการลดความอ้วนหลังคลอดที่ได้ผลบ้างคะ ช่วยกันแนะนำหน่อยคะ เผื่อว่า คุณแม่ท่านผู้อ่านท่านอื่น ๆ จะได้นำไปใช้ได้บ้าง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bormor.com/?feed=rss2&amp;p=25</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง</title>
		<link>http://www.bormor.com/?p=1</link>
		<comments>http://www.bormor.com/?p=1#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 08:18:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bormor.com/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[การดูแลสุขภาพด้วยตัวเองนั้นทำได้ไม่ยากทุกคน สามารถดูแลตัวเองให้ดีได้ทั้งนั้น เช่น การกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ การออกกำลังกาย การทำจิตใจให้สงบ ละทิ้งความเครียด ดูแลตัวเองด้วยวิธีใกล้ตัว คุณผู้หญิงหลายท่านล้วนแต่หมดเปลืองไปกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ในยุคที่เศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ จึงขอให้ลองมาใช้ของใกล้ตัวที่หาง่ายๆ อย่างผัก ผลไม้มาบำรุงผิวกันดูนะคะ อาจจะช่วยให้ท่านประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องสำอางลงได้บ้าง การดูแลตัวเองโดยใช้วิธีธรรมชาติเช่นนี้เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดคะ สำหรับสาวผิวหน้าหยาบกร้าน ให้คุณหามะละกอสุกๆ มาบด โดยใช้ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เอามาผสมกับนมสดและน้ำผึ้งอย่างละครึ่งช้อนชา แล้วพอกทิ้งไว้ทั้งหมด 15-20 นาที ค่อยล้างออกจนสะอาดเกลี้ยงเกลา จะช่วยให้ผิวเนียนนุมขึ้นคะ สำหรับสาวผิวหน้าแห้ง ให้คุณหาแตงกวาในตู้เย็นมาบดให้ได้ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต้องล้างแต่งกว่าให้สะอาดด้วยนะคะ แล้วผสมกับน้ำผึ้ง 1/2 ช้อนชา แล้วนำมาพอกไว้ 15-20 นาที ค่อยล้างออกค่ะ จะช่วยให้ผิวหน้าสดชื่นขึ้นคะ และถ้านำแตงกว่ามาหั่นเป็นวงชิ้นเล็ก ๆ แล้วเอาไปแปะตาไว้ ประมาณ 15-20 นาที จะช่วยให้ดวงตาดูสดชื่นขึ้นคะ สำหรับสาวหน้ามันควรใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้พอกบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ไม่ต้องมานั่งนับเวลารอล้างออก เพราะน้ำเมือกจะแห้งไปเองภายในเวลา 5 &#8211; 10 นาที [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การดูแลสุขภาพด้วยตัวเองนั้นทำได้ไม่ยากทุกคน สามารถดูแลตัวเองให้ดีได้ทั้งนั้น เช่น การกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ การออกกำลังกาย การทำจิตใจให้สงบ ละทิ้งความเครียด </p>
<h2>ดูแลตัวเองด้วยวิธีใกล้ตัว</h2>
<p>    คุณผู้หญิงหลายท่านล้วนแต่หมดเปลืองไปกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ในยุคที่เศรษฐกิจเป็นเช่นนี้  จึงขอให้ลองมาใช้ของใกล้ตัวที่หาง่ายๆ อย่างผัก ผลไม้มาบำรุงผิวกันดูนะคะ อาจจะช่วยให้ท่านประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องสำอางลงได้บ้าง การดูแลตัวเองโดยใช้วิธีธรรมชาติเช่นนี้เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดคะ</p>
<ul>
<li>สำหรับสาวผิวหน้าหยาบกร้าน ให้คุณหามะละกอสุกๆ มาบด โดยใช้ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เอามาผสมกับนมสดและน้ำผึ้งอย่างละครึ่งช้อนชา แล้วพอกทิ้งไว้ทั้งหมด 15-20  นาที ค่อยล้างออกจนสะอาดเกลี้ยงเกลา จะช่วยให้ผิวเนียนนุมขึ้นคะ</li>
<li> สำหรับสาวผิวหน้าแห้ง ให้คุณหาแตงกวาในตู้เย็นมาบดให้ได้ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต้องล้างแต่งกว่าให้สะอาดด้วยนะคะ  แล้วผสมกับน้ำผึ้ง 1/2 ช้อนชา แล้วนำมาพอกไว้ 15-20 นาที ค่อยล้างออกค่ะ จะช่วยให้ผิวหน้าสดชื่นขึ้นคะ และถ้านำแตงกว่ามาหั่นเป็นวงชิ้นเล็ก ๆ แล้วเอาไปแปะตาไว้ ประมาณ 15-20 นาที จะช่วยให้ดวงตาดูสดชื่นขึ้นคะ</li>
<li> สำหรับสาวหน้ามันควรใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้พอกบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ไม่ต้องมานั่งนับเวลารอล้างออก เพราะน้ำเมือกจะแห้งไปเองภายในเวลา 5 &#8211; 10 นาที สำหรับสาวผิวมันรุนแรงให้ทำวันละ 2 ครั้งทั้งเช้า เย็น แต่ถ้าอาการหน้ามันไม่ได้รุนแรงนักก็อาจทำครั้งเดียวตอนก่อนนอนค่ะ </li>
<li> สำหรับสาวหน้ามันด้วยเช่นกันให้ใช้น้ำมะนาวผสมเข้ากับน้ำสะอาดในสัดส่วนที่เท่ากันมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้แค่สัปดาห์ละครั้งก็พอจะช่วยให้หน้ามันลดลงคะ</li>
<li>  สำหรับสาวผิวหน้ามีฝ้า กระ หรือจุดด่างดำต่างๆ แนะนำให้ใช้หัวไชเท้าบด 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำผึ้ง 1/2 ช้อนชา พอกทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออก ทำเป็นประจำสัปดาห์ละครั้งจะช่วยลดความด่างดำลงไปเรื่อยๆ </li>
<li>  สำหรับสาวผิวหน้าผิวดวงจันทร์ (เพราะขรุขระไปด้วยสิว) ส่วนผสมที่ต้องใช้อาจหายากซักนิดคือผงขมิ้นนั่นเอง ถ้าหามาได้แล้วก็ให้ผสมผงขมิ้นปริมาณ 1 ช้อนชาเข้ากับน้ำผึ้ง 1/2 ช้อนชา และโยเกิร์ต (ที่ไม่ผสมกลิ่นรสใดๆ) อีก 1 ช้อนชา พอกหน้าไว้ 15-20  นาที แล้วใช้น้ำอุ่นล้างออก</li>
<li>   สำหรับสาวรูขุมขนกว้าง ควรลองใช้มะเขือเทศบดให้ได้  1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับโยเกิร์ตสูตรธรรมดาและน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อนชาพอกทิ้งไว้ 15-20  นาที แล้วล้างออก </li>
</ul>
<p>วิธีธรรมชาติแบบนี้ช่วยให้เราประหยัดเงินไปได้เยอะเลยที่ดีคะ </p>
<p><img src="/images/orange1.jpg" alt="เครื่องสำอาง" class="alignleft" />ผัก &#8211; ผลไม้ ทั้งสีเหลือง สีแดง และสีส้ม ล้วนเป็นแหล่งรวมของวิตามินและเกลือแร่นานาชนิด ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังส่งผลดีต่ออารมณ์ด้วย เพราะวิตามินและเกลือแร่ดังกล่าวช่วยทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มเอมมีความสุข ฉะนั้นใครก็ตามที่ กำลังรู้สึกซึก ๆ เศร้า ๆ หรือเหงา ๆ น่าจะลองหันมารับประทานผัก &#8211; ผลไม้ เหล่านี้ให้มากขึ้น แล้วคุณก็จะค้นพบสีสันแห่งความสุขที่หามารับประทานได้<br />
<img src="/images/orange2.jpg" alt="เครื่องสำอาง" class="alignleft" /><br />
ฟื้นฟูอารมณ์ดี ๆ ด้วยของกินสีส้ม<br />
น้ำผลไม้รวมสีส้ม ได้จากส่วนผสมของผลไม้ที่มีสีเหลือง สีส้ม และสีแดง น้ำแอปริคอตสด น้ำสมสด และน้ำมะม่วงสุก อย่างละ 50 มล. กับมะละกอสุกครึ่งผล นำมาปั่น รวมกัน คุณจะได้เครื่องดื่มเพิ่มพลัง ซึ่งสามารถช่วยต่อต้านความซึกเศร้าและกระตุ้นต่อมใต้สมอง ให้หลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข<br />
<img src="/images/orange3.jpg" alt="เครื่องสำอาง" class="alignleft" /><br />
สลัดสีส้ม ไม่ว่าจะเป็นสลัดแครอตแบบฝรั่ง หรือส้มตำแครอต แบบไทย ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารจานเด็ด ที่อุดมไปด้วยคุณค่าของเบต้าแคโรทีน และวิตามินซึ่งนอกจากช่วย ให้คุณสวยอย่างมีสุขภาพดีแล้ว ยังช่วยคลายเครียดได้ดี อีกด้วย</p>
<p>น้ำส้มคั้นสด ๆ ในภาวะอารมณ์ที่กำลังเหนื่อยล้าหรือเคร่งเครียด หากได้ดื่มน้ำส้มสด สักหนึ่งแก้วก็จะช่วยให้สมองของคุณรู้สึกสดชื่นและปลอดโปร่งขึ้น</p>
<p>นอกเหนือจากอาหารการกินสีส้ม ซึ่งช่วยให้คุณอร่อยลิ้นและอารมณ์ดีแล้ว การสร้างบรรยากาศรอบ ๆ ตัวด้วยสีส้ม ก็เป็นอาหารตาที่จะช่วยกระตุ้นความรู้สึกให้เพลิดเพลิน เจริญใจได้อีกทางหนึ่ง ที่สำคัญจาน ชาม หรือภาชนะใส่อาหารโทนสีนี้ยังสามารถทำให้อาหารดูน่ากิน และทำให้คุณรู้สึกเจริญอาหารมากขึ้นด้วย<br />
แหล่งที่มา : www.horapa.com </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bormor.com/?feed=rss2&amp;p=1</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
