เอาเทคนิคการออกกำลังกายมาฝากคะ


 

เอาเทคนิคการออกกำลังกายมาฝากคะ


เมื่อต้องการให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

  • จะต้องคิดเสมอว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตซึ่งจะขาดไม่ได้เหมือนการนอนหลับ
  • ควรเลือกการออกกำลังกายที่เราชอบมากที่สุด และเราสามารถทำได้สะดวกที่สุดด้วย
  • ควรให้ครอบครัวมีส่วนร่วมด้วยจะยิ่งดี
  • ในช่วง 2 เดือนแรกคุณไม่ควรหยุดการออกกำลังกาย ทำให้จนร่างกายปรับได้ หรือจนเป็นนิสัย
  • ควรบันทึกการออกกำลังกายของเราไว้เพื่อจะได้ดูการพัฒนาการของเรา
  • หากเป็นไปได้ควรให้เพื่อนเข้าร่วมกลุ่มในการออกกำลังกายด้วย เพราะจะทำให้เรารู้สึกสนุกมากขึ้น
  • ควรตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายแต่ไม่ควรสูงเกินไป และเมื่อเราทำบรรลุเป้าหมาย ควรให้รางวัลกับตัวเองด้วย

เอาเทคนิคการวิ่งมาฝากคะ

การวิ่งการวิ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่ส่งผลให้เกิดการรับออกซิเจนของร่างกายดีขึ้น
เพราะทำให้หัวใจ หลอดเลือด ปอด กล้ามเนื้อ และอวัยวะอื่น ๆ แข็งแรงนอกจากนี้ยังช่วย
ให้ผู้วิ่งคลายความตึงเครียดทางจิตใจ และมีอารมณ์แจ่มใส
อุปกรณ์ในการวิ่ง เสื้อกางเกงที่สวมใส่ควรควรทำด้วยวัสดุที่ซับเหงือได้ดี ควรเป็นเสื้อแขนสั้น กางเกงไม่รัด แน่นที่รอบเอว เป้ากางเกงหลวม ร้องเท้าหุ้มส้นพอดีกับขนาดและรูปเท้า พื้นรองเท้าควรหนาและนุ่ม
สถานที่วิ่ง ควรมีพื้นเรียบไม่เป็นหลุ่มเป็นบ่อ ไม่เอียงและชันมากเกินไป
เวลาวิ่ง เลือกเวลาวิ่งที่สะดวกและสามารถทำได้เป็นประจำสม่ำเสมอได้ ควรหลีกเลี่ยงการวิ่งหลัง
รับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ และการวิ่งที่อากาศร้อนจัด
การวิ่งทำให้ร่างกายทุกส่วนได้ออกกำลังกาย ในระยะเริ่มต้นควรวิ่งเหยาะ ๆ ก่อน หากรู้สึกเหนื่อย
มากควรเปลี่ยนเป็นเดิน เมื่อหายเหนื่อยแล้วจึงวิ่งต่อ เมื่อร่างกายแข็งแรงดีแล้วจึงเพิ่มการวิ่งให้มากขึ้น
โดยเพิ่มระยะเวลา หรือระยะทางหรือความเร็วในการวิ่งทีละน้อย

หลักของการวิ่ง

  • ใช้ท่าวิ่งที่เป็นธรรมชาติ ไม่เกร็ง เวลาลงเท้าใช้ส้นเท้าสัมผัสพื้นก่อนจึงวางเท้าเต็ม แล้วยกส้นเท้าขึ้น เข่าไม่ยกสูงมากและไม่เหยียดสุดลำตัว ศรีษะตั้งตรงข้อศอกงอเล็กน้อย และกำมือหลวม ๆ
  • ควรใช้ความเร็วที่รู้สึกเหนื่อยจนต้องหายใจแรง แต่ไม่ถึงกับบต้องหายใจทางปาก หรือมีอาการหอบ เมื่อวิ่ง 4 – 5 นาที ควรมีเหงื่อออก แล้ววิ่งต่อไปได้เกิน 10 นาที ควรวิ่งวันละครั้ง นานครั้งละ 20 – 60 นาที ใน 1 สัปดาห์ควรวิ่งให้ได้อย่างน้อย 3 วัน
  • ก่อนและหลังการวิ่งทุกครั้งควรอบอุ่นร่างกาย และผ่อนคลายร่างกายประมาณ 4-5 นาที โดยวิ่งเหยาะ ๆ ด้วยความเร็วที่น้อยกว่าที่ใช้วิ่งจริงและทำกายบริหารเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

อาการที่แสดงว่าควรหยุดวิ่ง

  • เวียนศรีษะ คลื่นไส้ หรือหน้ามืดเป็นลม
  • รู้สึกคล้ายหายใจไม่ทัน
  • ใจสั่น แน่น เจ็บที่บริเวณหน้าอก
  • ลมออกหู หูตึงกว่าปกติ
  • การเคลื่อนไหวร่างกายควบคุมไม่ได

ถ้ามีอาการดังกล่าวขณะวิ่ง ควรชลอความเร็วในการวิ่งลง ถ้ายังมีอาการอยู่ให้เปลี่ยนเป็นเดิน
หากไม่หายให้หยุดวิ่งหรือนอนราบจนกว่าอาการจะดีขึ้น การวิ่งในวันต่อไปควรลดความเร็วและระยะทางลง
ถ้าเห็นว่าอาการยังไม่หายให้รีบปรึกษาแพทย์

 


2 comment

  1. ปอปอ

    รูปโหลด ลงมาช้าคะ ลองปรับขนาดใหม่ดูนะ

  2. อ่านแล้วให้สาระความรู้ดีค่ะ มีเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงมากมาย ได้อัฟเดทตัวเองด้วย

write a comment